วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย



             สำนักข่าวเบอร์นามาของมาเลเซียรายงานผลการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 13 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีจากพรรคอัมโน และพรรคแนวอีก 12พรรคที่เรียกตัวเองว่า Barisan Nasional หรือ BN สามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด กลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง โดยได้ที่นั่งในสภาถึง 133 ที่นั่ง เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ของประเทศอีกหนึ่งสมัย นับเป็นพรรคที่มีการผูกขาดอำนาจมาตั้งแต่ปลดแอกจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษเมื่อ 50 ปีก่อน
           การเลือกตั้งครั้งนี้ Barisan Nasional ขั้วการเมืองที่ครองอำนาจมานานได้รับชัยชนะในรัฐเกดะห์ (Kedah) ปะหัง (Pahang) เปอลิส (Perlis)เปรัค (Perak) มะละกา (Melaka) นิเกรี เซมบิลัน (Negeri Sembilan) ตรังกานู (Terengganu)ยะโฮร์ (Johor) ซาบะห์ (Sabah) และซาราวัก (Sarawak) ซึ่ง 2 รัฐสุดท้ายที่อยู่ในเกาะบอร์เนียว ถือเป็นรัฐที่กลุ่มแนวร่วมที่นำโดยพรรคอัมโน ได้รับเลือกตั้งมาอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ ได้ 47 ที่นั่ง จนนักวิเคราะห์มองว่าสองรัฐนี้ถือเป็น เงินฝากที่คงที่ ของพรรครัฐบาล
          ขณะที่พรรคฝ่ายค้านอย่างกลุ่ม Pakatan Rakyat (PR) ที่นำโดยนายอันวาร์ อิบราฮิม จากพรรค People's Justice Party (PKR) ร่วมกับพรรค Democratic Action Party (DAP) และพรรค Pan-Malaysian Islamic Party (PAS) ได้จำนวน 89 ที่นั่ง แบ่งเป็นพรรค PKR ของนายอันวาร์ได้ 30 ที่นั่ง พรรค DAP ได้ 38 ที่นั่ง และพรรค PAS ได้ 21 ที่นั่ง จากจำนวนที่นั่งในสภาทั้งหมด 222ที่นั่ง


           การเลือกตั้งครั้งนี้นับเป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์อีกอย่างหนึ่ง คือ นายนาจิบ ราซัค ถือเป็นลูกชายอดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียอย่าง ต่วนอับดุลราชัค บิน ฮุสเซ็น ที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของมาเลเซีย ช่วง พ.ศ.2513-2519 ได้รับเลือกตั้งกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นคนแรก จากความร่วมมือกันของ 13 พรรคการเมือง

      ครั้งนี้มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 13.27 ล้านคน การรณรงค์ในช่วงการหาเสียงของนายนาจิบนั้น เขาพยายามอย่างหนักที่จะให้ประชาชนเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงภายในประเทศที่เกิดจากผลงานของรัฐบาลที่ผ่านมาและยังได้ออกแถลงการณ์สัญญาว่าจะทำให้ประเทศมาเลเซียเป็นที่จับตามองของประชาชน และจะนำมาเลเซียพัฒนาสู่จุดสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง


          ภายหลังผลการเลือกตั้งเป็นที่ยืนยันว่าตนเองชนะการเลือกตั้ง นายนาจิบได้ออกรายการโทรทัศน์สด และกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ขอบคุณประชาชนที่สนับสนุนเขาให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะพรรคฝ่ายค้านที่ยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นกระบวนการทางประชาธิปไตย

        ข้อมูลจากวิกิพีเดีย ระบุว่า นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ของมาเลเซียที่ชนะการเลือกครั้งครั้งนี้ มีชื่อเป็นภาษามาเลย์ว่า Dato' Sri Haji Mohammad Najib bin Tun Haji Abdul Razak เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ.2496 ที่รัฐปะหัง นับถือศาสนาอิสลาม นิกายซุนนี่ ปัจจุบันอายุย่างเข้าสู่ 62 ปี เป็นบุตรชายคนโตของ ต่วนอับดุลราชัค บิน ฮุสเซ็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2ของมาเลเซีย และนายนาจิบยังเป็นหลานชายของ ฮุสเซ็น ออน นายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของมาเลเซียด้วย มีลูกทั้งหมด 5 คน จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรม จากมหาวิทยาลัยน็อตติ้งแฮม ประเทศอังกฤษ หลังจากนั้นจึงกลับมาทำงานในธนาคารกลาง และบริษัทปิโตรนาส เริ่มเข้ามาทำงานการเมืองตั้งแต่อายุ 32 ปี

        ในที่สุดก็ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งแรกในรัฐบาลของ ต่วนอันดุลลา อาหมัด บัดาวี นายกรัฐมนตรีคนก่อนในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เยาวชน และกีฬา และในที่สุดวันที่ 3 เมษายน 2552 เขาก็ได้ก้าวเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ของมาเลเซีย และการเลือกตั้งครั้งนี้ก็เป็นสมัยที่ 2 ของเขาในการเข้ามาบริหารประเทศมาเลเซีย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น